Featured Post

ประวัติ เดวิด แคเมอรอน

Published / by adminsforit

 

   ถ้าพูดถึงนักการเมืองของประเทศอังกฤษที่เป็นที่รู้จักดี คงที่จะไม่มีใครไม่รู้จัก เดวิด แคเมอรอน แน่นอน เพราะเขาเป็นนายกรัฐมนตรีที่ถือว่ามีบทบาทสำคัญในการบริหารงานต่างๆ โดยเฉพาะการโหวตเรื่องการที่อังกฤษต้องการออกจากสหภาพอียูหรือไม่

เดวิด วิลเลียม ดอนัลด์ แคเมอรอน เกิดเมื่อวันที่ 9 ตุลาคม ค.ศ. 1966 เป็นนักการเมืองชาวอังกฤษ อีกทั้งเดวิดยังดำรงตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 53 ในปี ค.ศ. 2010 และเป็นหัวหน้าพรรค พรรคอนุรักษนิยม (สหราชอาณาจักร) (Conservative Party) ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2005 และเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรประจำเขต Witney ใน Oxfordshire ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2001

แคเมอรอนจบการศึกษาในระดับปริญญาตรีในสาขาวิชา ปรัชญา การเมือง และเศรษฐศาสตร์ (Philosophy, Politics and Economics หรือชื่อย่อ PPE) จาก Brasenose College มหาวิทยาลัยอ๊อกซฟอร์ด จากนั้นเขาได้เข้าร่วมทีมวิจัยของพรรคอนุรักษนิยมและเป็นที่ปรึกษาพิเศษให้กับนอร์แมน ลามองต์และไมเคิล ฮาเวิร์ด เขาเป็นหัวหน้าฝ่ายกิจการองค์กรในบริษัทสื่อ ที่ชื่อคาร์ลตันคอมมูนิเคชันส์เป็นเวลา 7 ปี เขาลงสมัครรับเลือกตั้ง สมาชิกสภาสามัญชนในสแตฟฟอร์ด ในปี ค.ศ. 1997 แต่ไม่ได้รับเลือก ต่อมาในปี ค.ศ. 2001 ได้รับเลือกเป็นสมาชิกสภาสามัญชนเขตวิตนีย์ในออกซ์ฟอร์ดเชียร์[3] ต่อมาในปลายปี ค.ศ. 2005 ได้รับตำแหน่งเป็นหัวหน้าพรรคอนุรักษนิยม หลังการเลือกตั้งทั่วไปในสหราชอาณาจักร พ.ศ. 2553 โดยพรรคอนุรักษ์นิยมได้คะแนนสูงสุด ทำให้คาแมรอนขึ้นนำเป็นนายกรัฐมนตรี ในฐานะรัฐบาลผสมระหว่างพรรคอนุรักษนิยม (Conservative Party) และ พรรคเสรีประชาธิปไตย (Liberal Democrats)เดวิด แคเมอรอนกลายเป็นนายกรัฐมนตรีที่อายุนับตั้งแต่โรเบริ์ต เจนคินสัน (ลอร์ด ลิเวอร์พูล) ในปี 1812 แคเมอรอนประกาศเมื่อวันศุกร์ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2559 ว่าจะลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีก่อนการประชุมใหญ่สามัญของพรรคอนุรักษนิยมในเดือนตุลาคมปีเดียวกัน อันเป็นผลสืบเนื่องจากความพ่ายแพ้ของฝ่ายสนับสนุนให้อังกฤษอยู่ใน สหภาพยุโรป ต่อซึ่งมีเขาเป็นแกนนำภายหลังจาก การออกเสียงประชามติ โดยลาออกอย่างเป็นทางการในวันที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

ขอบคุณข้อมูลจาก 24sboonline.com

ประวัติ สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส

Published / by adminsforit

สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสทรงพระราชสมภพในกรุงบัวโนสไอเรส พระองค์ทรงมีพี่น้อง 5 คน ทรงเป็นบุตรชายของคนงานทางรถไฟ พระองค์ทรงได้รับปริญญาวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาเคมี จากมหาวิทยาลัยบัวโนสไอเรส และทรงเข้าศึกษาที่เซมินารีในย่านบียาเดโบโต พระองค์ได้เป็นปฏิญาณตนเป็นนักบวชคณะเยสุอิตเมื่อวันที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2501 และทรงได้รับใบรับรองด้านสาขาวิชาปรัชญา จาก Colegio Máximo San José ต่อมาพระองค์ได้ทรงทำการสอนวิชาวรรณกรรมและจิตวิทยาที่ Colegio de la Inmaculada และ Colegio del Salvador ในปี พ.ศ. 2510 ทรงจบการศึกษา แล้วรับศีลอนุกรมเป็นบาทหลวงเมื่อวันที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2512 ทรงทำงานสอนที่มหาวิทยาลัย Facultades de Filosofía y Teología de San Miguel จนดำรงตำแหน่งเป็นศาสตราจารย์ทางเทววิทยา ช่วง พ.ศ. 2516 – 2522 ทรงดำรงตำแหน่งอธิการเจ้าคณะแขวงคณะเยสุอิตในประเทศอาร์เจนตินา แล้วย้ายไปเป็นอธิการเซมินารีซานมีเกลจนถึงปี พ.ศ. 2529 เมื่อสมเด็จพระสันตะปาปาเบเนดิกต์ที่ 16 ทรงสละตำแหน่งเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556 และได้เปิดทางให้มีการเลือกพระสันตะปาปาองค์ใหม่ จึงได้มีการจัดการประชุมเลือกตั้งพระสันตะปาปา โดยกำหนดให้มีขึ้นในวันที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2556 หลังจากการลงคะแนนเสียงครั้งที่ 5 โดยพระคาร์ดินัลผู้มีสิทธิ์ออกเสียงจำนวน 115 ท่าน ผลปรากฏว่าพระคาร์ดินัลคอร์เค เบร์โกเกลียว อัครมุขนายกแห่งบัวโนสไอเรส ประเทศอาร์เจนตินา ได้รับเลือก และทรงเลือกพระนาม “ฟรานซิส” ซึ่งหมายถึงนักบุญฟรังซิสแห่งอัสซีซี นับเป็นพระสันตะปาปาพระองค์แรกจากทวีปอเมริกาและคณะเยสุอิต ในวันที่ทรงได้รับเลือกตั้ง สันตะสำนักประกาศว่าพระนามอย่างเป็นทางการของพระองค์คือ “ฟรานซิส” ไม่ใช่ “ฟรานซิสที่ 1” พระองค์จะมีพระนามว่าฟรานซิสที่ 1 ก็ต่อเมื่อในอนาคตมีสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสที่ 2

ประวัติ วลาดีมีร์ ปูติน

Published / by adminsforit

บุคคลท่านนี้เป็นหนึ่งในบุคคลที่ทรงอิทธิพลมากที่สุดของโลกอย่าง วลาดีมีร์ ปูติน  ผู้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีแห่งรัสเซียคนปัจจุบัน เป็นผู้นำที่ไม่มีใครกล้าล้อเล่นด้วยเลย ด้วยมาดและบุคลิกที่ไม่เหมือนผู้นำทั่วไป ทำให้หลายชาติต่างเกรงกลัวเกรงใจปูติน แน่นอนว่า หลังจากจบจากมหาวิทยาลัย ประธานาธิบดีของรัสเซียได้รับราชการหน่วย KGB ทำให้เขาได้เรียนรู้เรื่องราวต่างๆ ที่คล้ายเจมส์ บอนด์ ต่อมาเพื่อนร่วมรุ่นของเขามาชวนปูตินไปทำงานในทำเนียบประธานาธิบดีเยลซินในกรุงมอสโก จึงได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีสมัยบอริส เยลซิน เป็นประธานาธิบดี ต่อมา บอริส เยลซิน ได้ลาออกแล้วให้ปูตินมารักษาการณ์แทน แล้วปูตินก็ได้สมัครรับเลือกตั้งประธานาธิบดี และได้รับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีคนที่ 2 ของรัสเซีย เพราะบอริส เยลซินเป็นคนแนะนำ ดำรงตำแหน่งตั้งแต่ในวันที่ 14 มีนาคม 2004 ต่อมา เดือนธันวาคม ค.ศ. 2007 นิตยสารไทม์ได้เลือกให้เขาเป็นบุคคลแห่งปี 2007 ด้วยเหตุผลว่าเขามีความเป็นผู้นำซึ่งเปลี่ยนความวุ่นวายในรัสเซียให้มีเสถียรภาพมากยิ่งขึ้น โดยนิตยสารไทมส์ ได้ขนานนามแก่ปูตินว่าเป็น “ซาร์แห่งรัสเซียใหม่” แม้ว่าปูตินจะสละตำแหน่งประธานาธิบดีให้แก่ ดมีตรี เมดเวเดฟแล้วก็ตาม แต่ปูตินก็ยังคงมีอำนาจและได้รับความนิยมอยู่ ต่อมา เดือนธันวาคม ค.ศ. 2007 นิตยสารไทม์ได้เลือกให้เขาเป็นบุคคลแห่งปี 2007 ด้วยเหตุผลว่าเขามีความเป็นผู้นำซึ่งเปลี่ยนความวุ่นวายในรัสเซียให้มีเสถียรภาพมากยิ่งขึ้น โดยนิตยสารไทมส์ ได้ขนานนามแก่ปูตินว่าเป็น “ซาร์แห่งรัสเซียใหม่” แม้ว่าปูตินจะสละตำแหน่งประธานาธิบดีให้แก่ ดมีตรี เมดเวเดฟแล้วก็ตาม แต่ปูตินก็ยังคงมีอำนาจและได้รับความนิยมอยู่ และนี่คือบุคคลที่ต้องบอกเลยว่า เป็นผู้นำทรงอิทธิพลคนหนึ่งของโลกที่ทำให้ผู้นำหลายชาติต่างเกรงใจไม่มีใครกล้าเข้ามาแหยมด้วย

ประวัติ อังเกลา โดโรเธีย แมร์เคิล

Published / by adminsforit

ผู้นำทรงฮิทธิพลคนหนึ่งที่ทำให้เราต้องทึ้งและฮึ้งในความสามารถ แน่นอนว่าวันนี้ เรามาพูดถึงผู้นำทรงอิทธิพลคนหนึ่งในเยอรมันนี้ ที่ต้องบอกเลยว่า เธอเป็นผู้หญิง เป็นผู้หญิงที่เปี่ยมพลังและดูแล้วน่าเกรงขาม นามว่า อังเกลา โดโรเธีย แมร์เคิล เกิดเมื่อวันที่  17 กรกฎาคม พ.ศ. 2497 ณ เมืองฮัมบูร์ก ประเทศเยอรมนี และได้ศึกษาทางด้านฟิสิกส์ที่มหาวิทยาลัยไลพ์ซิจ หลังจบการศึกษา แมร์เคิลที่สถาบันวิทยาศาสตร์เยอรมนี และได้ลาออกในปี พ.ศ. 2533 เพื่อเข้ามาเล่นการเมือง ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันของเยอรมนี ซึ่งได้รับการเลือกตั้งเข้าสู่รัฐสภาเยอรมันจากรัฐเมคเลนบูร์ก-ฟอร์พอมเมิร์น เป็นประธานพรรคสหภาพประชาธิปไตยคริสเตียน(CDU) ตั้งแต่วันที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2543 และเป็นประธานกลุ่มพรรคสหภาพประชาธิปไตยคริสเตียน-สหภาพสังคมคริสเตียนในรัฐสภาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2545 จนถึง พ.ศ. 2548 ในปี พศ.2543 เธอเป็นผู้หญิงที่แข็งแกร่งเหลือเกินที่เต็มไปด้วยความมั่นใจอย่างล้นเหลือ โดยเธอเคยกล่าวกับนิตยสารไทม์นิตยสารชื่อดังที่คนทั่วโลกติดตามกัน เมื่อปี 2553 ไว้ว่า “ไม่เคยเลยสักครั้งที่ฉันจะประเมินตัวเองต่ำ ฉันมั่นใจแล้วก็ภูมิใจในตัวของฉันเอง และนั่นก็ไม่ใช่เรื่องที่ผิดเสียหน่อย” ส่วนทางด้านชีวิตส่วนตัว นางแมร์เคิลผ่านการแต่งงานมาแล้ว 2 ครั้ง และไม่มีบุตรในปี พ.ศ. 2550 นางแมร์เคิลยังดำรงตำแหน่งประธานคณะมนตรียุโรปและประธานกลุ่มประเทศจีแปด นอกจากนั้นนางดำเนินบทบาทในการเจรจาสนธิสัญญาลิสบอนและปฏิญญาเบอร์ลินอีกด้วย ด้านนโยบายภายในประเทศ  นางแมร์เคิลเป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของประเทศเยอรมนี นางได้รับการเลือกจากนิตยสาร Forbes ให้เป็นสตรีที่ทรงอำนาจมากที่สุดในโลกยุคปัจจุบัน

ประวัติ เนลสัน โรลีลาลา แมนเดลา

Published / by adminsforit

เนลสัน โรลีลาลา แมนเดลา เกิดเมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2461 ที่ทรานสไก เป็นดินแดนปกครองตนเองของประเทศแอฟริกาใต้ ได้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐแอฟริกาใต้ในช่วงปี พ.ศ. 2537-2542 และเป็นประธานาธิบดีคนแรกที่ได้รับเลือกตั้งที่ถูกต้อง ครบถ้วนและชัดเจนตามกระบวนการทางประชาธิปไตย ก่อนหน้านี้ เคยเป็นนักเคลื่อนไหวตัวยงเพื่อต่อต้านการถือผิวในประเทศของเขา แน่นอนว่าชื่อเสียงของแมนเดลาโด่งดังการกับการต่อต้านทำให้เขาได้เป็นที่รู้จักกันทั้งในและนอกประเทศ เริ่มเข้าสู่การเป็นผู้เคลื่อนไหวในแบบสันติ ต่อมาก็ได้กลายมาเป็นผู้นำกลุ่มกองกำลังติดอาวุธของพรรคสมัชชาแห่งชาติแอฟริกามีส่วนร่วมในกิจกรรมต่อต้านใต้ดินโดยใช้อาวุธ เช่น การก่อวินาศกรรม ในช่วงเวลานั้นเอง ผู้นำต่างชาติที่นิยมการถือผิวในประเทศแอฟริกาใต้ เช่น มาร์กาเรต แทตเชอร์ และ โรนัลด์ เรแกน ได้ประณามกิจกรรมเหล่านี้ว่าเป็นการก่อการร้าย แมนเดลา ถูกจำคุกเป็นเวลาทั้งสิ้น 27 ปี ส่วนใหญ่แล้วเป็นการถูกคุมขังในห้องขังเล็ก ๆ บนเกาะโรบเบิน ได้กลายมาเป็นกรณีตัวอย่างเรื่องของความอยุติธรรมของนโยบายการถือผิวที่ถูกกล่าวถึงไปทั่ว เขาได้รับการปล่อยตัวอย่างเป็นอิสระ ในปี พ.ศ. 2533 โดยนโยบายประสานไมตรีที่เนลสันได้นำมาใช้ทำให้แอฟริกาใต้ก้าวเข้าสู่ยุคใหม่แห่งประชาธิปไตย เป็นที่ยกย่องอย่างสูงภายในประเทศแอฟริกาใต้ในฐานะรัฐบุรุษอาวุโส ชาวแอฟริกันขนานนามสมาชิกชายอาวุโสของตระกูลแมนเดลาอย่างให้เกียรติว่า มาดิบา แต่มักเจาะจงหมายถึงเนลสัน แมนเดลาเท่านั้น เนลสัน แมนเดลา เสียชีวิตลงเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2556 ที่บ้านของเขาในโจฮันเนสเบิร์ก เมืองหลวงของแอฟริกาใต้  หลังจากเจ็บป่วยมาเป็นเวลาอย่างยาวนาน เขาได้รับรางวัลต่าง ๆ มากกว่า 250 รางวัลตลอดช่วงเวลา 4 ทศวรรษ รางวัลที่สำคัญที่สุดคือ รางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ ประจำปี พ.ศ. 2536

ประวัติ คิม จ็อง-อึน

Published / by adminsforit

   ถ้าพูดถึงผู้นำประเทศที่มีความเข้มแข็ง และเด็ดเดี่ยว ชื่อของ คิม จ็อง-อึน ผู้นำของประเทศเกาหลีเหนือคงจะเป็นที่รู้จักกันดี ว่ามีความเด็ดขาดเช่นไร โดยตอนนี้เกาหลีเหนือถือว่ามีอาวุธนิวเคลียร์ที่มีการทดลองอยู่ตลอดเวลา และพร้อมที่จะเปิดสงครามกับประเทศอื่นๆได้ทุกเมื่อ สำหรับวันนี้เราจะพาไปรู้จักกับผู้นำเกาหลีเหนือ คิม จ็อง-อึน ให้มากขึ้น

คิม จ็อง-อึน  เกิดเมื่อวันที่  8 มกราคม ค.ศ. 1983 หรือ 1984  ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือคนปัจจุบัน ได้รับประกาศเป็นผู้นำสูงสุดอย่างเป็นทางการหลังรัฐพิธีศพบิดา คิม จ็อง-อิล เขาเป็นบุตรคนสุดท้องจากทั้งหมดสามคนของคิม จ็อง-อิล กับคู่สมรส โค ยองฮึย นับแต่ปลาย ค.ศ. 2010 คิม จ็อง-อึนถูกมองว่าเป็นทายาทผู้นำเกาหลีเหนือ และหลังบิดาถึงแก่อสัญกรรม เขาได้รับประกาศเป็น ผู้สืบทอดที่ยิ่งใหญ่ ผ่านโทรทัศน์ทางการเกาหลีเหนือ ในพิธีรำลึกถึงคิม จ็อง-อิล คิม ยองนัม ประกาศว่า สหายคิม จ็อง-อึนที่เคารพเป็นผู้นำสูงสุดของพรรคเรา ทหารและประเทศ ผู้สืบทอดอุดมการณ์ ความเป็นผู้นำ บุคลิก คุณธรรม ความทรหดและความกล้าของสหายคิม จ็อง-อิลผู้ยิ่งใหญ่ การขึ้นสู่ตำแหน่งผู้นำของคิม จ็อง-อึน เป็นทางการก็เมื่อเจ้าหน้าที่พรรค รัฐสภาและรัฐบาลระดับสูงประชุมกันเพื่อยืนยันการแต่งตั้งเขาเป็นเลขาธิการใหญ่พรรคแรงงานเกาหลีและประธานคณะกรรมาธิการทหารกลางของพรรค วันที่ 30 ธันวาคม ค.ศ. 2011 โปลิตบูโรของพรรคแรงงานเกาหลีแต่งตั้งคิมเป็นผู้บัญชาการสูงสุดกองทัพประชาชนเกาหลีอย่างเป็นทางการ ขามียศแทจังในกองทัพประชาชนเกาหลี เทียบเท่านายพลเอก ในด้านการศึกษา มีการกล่าวว่า คิม จ็อง-อึน ได้รับการศึกษาด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์เป็นการส่วนตัวในเกาหลีเหนือได้รับปริญญาสองสาขา ใบแรกในสาขาฟิสิกส์ จากมหาวิทยาลัยคิม อิลซุง และอีกใบหนึ่งจากวิทยาลัยการทหารคิม อิลซุง

 

 

ประวัติ บารัก โอบามา

Published / by adminsforit

  

   ประเทศสหรัฐอเมริกา ถือว่าเป็นประเทศมหาอำนาจทั้งในด้านเศรษฐกิจ และด้านกลาโหม ทำให้คนทั่วโลกต่างสนใจความเคลื่อนไหวของประเทศนี้มากที่สุด โดยเฉพาะทางด้านการเมือง ซึ่งปีที่ผ่านมาได้มีการเปลี่ยนแปลงในตำแหน่งประธานาธิบดี โดยเปลี่ยนจาก  บารัก โอบามา เป็น โดนัด ทรัมป์ แทน แต่สำหรับวันนี้เราจะมาดูประวัติของอดีตประธานาธิบดี บารัก โอบามา กัน

บารัก โอบามา เกิดเมื่อวันที่  4 สิงหาคม ค.ศ. 1961 เป็นประธานาธิบดีคนที่ 44 ของสหรัฐอเมริกา เป็นชาวแอฟริกันอเมริกันคนแรกที่ได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่ง ก่อนหน้านี้โอบามาเคยดำรงตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภาจากรัฐอิลลินอยส์ ใน ค.ศ. 2005 จนถึงวันที่ 16 พฤศจิกายน ค.ศ. 2008 กระทั่งลาออกจากตำแหน่งหลังได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ค.ศ. 2008

โอบามาเกิดในโฮโนลูลู รัฐฮาวาย สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยโคลัมเบียและโรงเรียนกฎหมายฮาร์วาร์ด ที่ซึ่งเขาได้เป็นประธานวารสาร Harvard Law Review เขาเคยเป็นผู้จัดการชุมชนในชิคาโกก่อนสำเร็จปริญญาด้านกฎหมาย เขาทำงานเป็นอัยการสิทธิมนุษยชนในชิคาโกและสอนกฎหมายรัฐธรรมนูญที่โรงเรียนกฎหมายของมหาวิทยาลัยชิคาโกตั้งแต่ ค.ศ. 1992 ถึง 2004 เป็นผู้แทนเขต 13 สามสมัยในรัฐสภาอิลลินอยส์ตั้งแต่ ค.ศ. 1997 ถึง 2004 หลังไม่ได้รับการเลือกตั้งเข้าไปในสภาผู้แทนราษฎรแห่งสหรัฐอเมริกาในนามของพรรคเดโมแครตใน ค.ศ. 2000 โอบามาได้ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกวุฒิสภาสหรัฐใน ค.ศ. 2004 หลายเหตุการณ์ได้นำเขาไปสู่ความสนใจในระดับชาติระหว่างการรณรงค์หาเสียง รวมทั้งชัยชนะของเขาในการคัดเลือกผู้แทนพรรคเดโมแครตในเดือนมีนาคม ค.ศ. 2004 และคำปราศรัยสำคัญระหว่างการประชุมตัวแทนพรรคเดโมแครตในเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 2004 เขาชนะการเลือกตั้งเป็นวุฒิสมาชิกรัฐอิลลินอยส์ในเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 2004 การรณรงค์เลือกตั้งประธานาธิบดีของเขาเริ่มขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ. 2007 และหลังการรณรงค์ระยะสั้น ๆ ในการคัดเลือกผู้สมัครประธานาธิบดีสหรัฐพรรคเดโมแครต ค.ศ. 2008 แข่งกับฮิลลารี คลินตัน เขาได้รับการเสนอชื่อจากพรรค ในการเลือกตั้งประธานาธิบดี ค.ศ. 2008 เขาเอาชนะผู้สมัครจอห์น แมกเคน จากพรรครีพับลิกัน และเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 20 มกราคม ค.ศ. 2009 หลังจากนั้นไม่นาน ก็ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพประจำ ค.ศ. 2009

ประวัติ สี จิ้นผิง

Published / by adminsforit

  

    ประเทศจีนตอนนี้ถือว่าเป็นประเทศมหาอำนาจเต็มตัว เนื่องจากตอนนี้มีเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง และยังมีโครงสร้างด้านกลาโหมที่ดีอีกด้วย ทำให้ประเทศจีนอยู่ในระดับเดียวกับ สเหรัฐอเมริกา และ รัสเซียไปแล้ว โดยวันนี้เราจะมาพูดถึงประธานาธิปดีของจีน คนปัจจุบันอย่าง สี จิ้นผิง ว่ามีความเป็นมาอย่างไรบ้าง

สี จิ้นผิง  เกิดเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2496 เป็นผู้นำสูงสุดแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนคนปัจจุบัน ปัจจุบันดำรงตำแหน่งเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์จีน, ประธานาธิบดี, ประธานคณะกรรมาธิการการทหารส่วนกลาง, อธิการบดีโรงเรียนพรรคกลาง (Central Party School) สมาชิกคนแรกของคณะกรมการเมืองถาวรแห่งพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศจีน ซึ่งเป็นองค์กรบริหารอำนาจสูงสุดโดยพฤตินัยของจีน ปัจจุบัน เขาดำรงตำแหน่งเป็นสมาชิกระดับสูงสุดของสำนักงานเลขาธิการกลางแห่งพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศจีน

เขาเป็นหัวหน้าของคณะผู้นำจีนรุ่นที่ห้าของพรรคคอมมิวนิสต์จีนและเป็นผู้นำจีนคนแรกในประวัติศาสตร์ที่เกิดหลังการสถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างแท้จริงมีท่าทีแข็งกร้าวต่อการฉ้อราษฎร์บังหลวงและความเปิดเผยเกี่ยวกับการปฏิรูปการเมืองและเศรษฐกิจแบบตลาด

เรื่องส่วนตัวของสี จิ้นผิง ผู้นำสูงสุดแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน โดย สีแต่งงานครั้งแรกกับ เค่อ หลิงหลิง บุตรีของเค่อ หัว อดีตเอกอัครราชทูตจีนประจำอังกฤษ ก่อนที่ทั้งคู่แยกทางกันหลังจากแต่งงานเพียงไม่กี่ปี ต่อมา พ.ศ. 2530 สีแต่งงานกับ เผิง ลี่หยวน เธอเป็นนักร้องที่มีชื่อเสียงในระดับประเทศ ซึ่งเธอเป็นที่รู้จักมากขึ้นอีกครั้งเมื่อนายสีได้ขึ้นดำรงตำแหน่งเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์ และภายหลังสามีได้ขึ้นเป็นประธานาธิบดีอย่างเป็นทางการ นางเผิง เริ่มที่จะเข้ามามีบทบาทในด้านการเป็นเจริญสัมพันธไมตรีกับต่างประเทศในฐานะที่เธอเป็นสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งของจีน ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่ภริยาผู้นำสูงสุดออกมามีบทบาทต่อสาธารณชน และได้เดินทางไปเยือนต่างประเทศกับ สี จิ้นผิง เป็นประจำทุกครั้งเมื่อมีโอกาส

ประวัติ อังเกลา แมร์เคิล

Published / by adminsforit

   

    สำหรับผู้หญิงการเข้ามาเล่นในการเมืองถือว่าเป็นเรื่องที่ท้าทายพอสำคัญ แต่แน่นอนว่าปัจจุบันผู้หญิงมีบทบาทอย่างมากในการเมือง โดยเฉพาะการอยู่ในตำแหน่งสำคัญ อย่างเช่น อังเกลา แมร์เคิล นายกรัฐมนตรีของเยอรมัน

อังเกลา โดโรเธีย แมร์เคิล  เกิดเมื่อวันที่  17 กรกฎาคม พ.ศ. 2497 ที่เมืองฮัมบูร์ก ประเทศเยอรมนี ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันของเยอรมนี ซึ่งได้รับการเลือกตั้งสู่รัฐสภาเยอรมันจากรัฐเมคเลนบูร์ก-ฟอร์พอมเมิร์น เป็นประธานพรรคสหภาพประชาธิปไตยคริสเตียน(CDU) ตั้งแต่วันที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2543 และเป็นประธานกลุ่มพรรคสหภาพประชาธิปไตยคริสเตียน-สหภาพสังคมคริสเตียนในรัฐสภาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2545 จนถึง พ.ศ. 2548 นอกจากนั้นแมร์เคิลยังเป็นผู้นำรัฐบาลผสมกับพรรคสหภาพสังคมคริสเตียน (CSU) และพรรคประชาธิปไตยสังคมแห่งเยอรมนี (SPD) ซึ่งก่อตั้งขึ้นหลังภายจากการเลือกตั้งในวันที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2548 นางแมร์เคิลชนะการเลือกตั้งสมัยที่ 2 เมื่อปี พ.ศ. 2552 โดยมีพรรคประชาธิปไตยเสรี (เยอรมนี) (FDP) เป็นพรรคร่วมรัฐบาล และชนะการเลือกตั้งสมัยที่ 3 เมื่อปี พ.ศ. 2556 โดยมีพรรคประชาธิปไตยสังคมแห่งเยอรมนี (SPD) เป็นพรรคร่วมรัฐบาล เป็นครั้งที่ 2 ของรัฐบาลนี้และครั้งที่ 3 ในการเมืองเยอรมนี

ในปี พ.ศ. 2550 นางแมร์เคิลยังดำรงตำแหน่งประธานคณะมนตรียุโรปและประธานกลุ่มประเทศจีแปด นอกจากนั้นยังทำการดำเนินบทบาทในการเจรจาสนธิสัญญาลิสบอนและปฏิญญาเบอร์ลินอีกด้วย ด้านนโยบายภายในประเทศ เรื่องของการปฏิรูปเรื่องการดูแลสุขภาพและปัญหาเกี่ยวกับการพัฒนาพลังงานในอนาคตนับเป็นเรื่องใหญ่ในระหว่างการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของเธอ แมร์เคิลเป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของประเทศเยอรมนี นางได้รับการเลือกจากนิตยสาร Forbes ให้เป็นสตรีที่ทรงอำนาจมากที่สุดในโลกยุคปัจจุบัน และในปี พ.ศ. 2550 นางแมร์เคิลยังเป็นสตรีคนที่สองในการเป็นประธานกลุ่มประเทศจีแปดต่อจากนางมาร์กาเร็ต แทตเชอร์อีกด้วย ในปี พ.ศ. 2551 นางแมร์เคิลได้รับรางวัลชาร์เลอมาญ (Charlemagne) “สำหรับการทำงานเพื่อปฏิรูปสหภาพยุโรป” จากประธานาธิบดีนีกอลา ซาร์กอซีแห่งฝรั่งเศส นางแมร์เคิลเกิดที่เมืองฮัมบูร์ก และได้ศึกษาทางด้านฟิสิกส์ที่มหาวิทยาลัยไลพ์ซิจ หลังจบการศึกษา แมร์เคิลที่สถาบันวิทยาศาสตร์เยอรมนี และได้ลาออกในปี พ.ศ. 2533 เพื่อเข้ามาเล่นการเมือง

ประวัติ วลาดีมีร์ ปูติน

Published / by adminsforit

    

    วลาดีมีร์ วลาดีมีโรวิช ปูติน ( Vladimir Vladimirovich Putin) เกิดเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2495 เป็นนักการเมืองชาวรัสเซียผู้ดำรงตำแหน่ง ประธานาธิบดีรัสเซียคนที่สี่และคนปัจจุบัน เช่นเดียวกับประธานพรรคยูไนเต็ดรัสเซียและประธานสภารัฐมนตรีสหภาพรัสเซียและเบลารุส เขารักษาการตำแหน่งประธานาธิบดีเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2542 เมื่อประธานาธิบดีบอริส เยลต์ซินลาออกจากตำแหน่ง  ปูตินชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีในปี 2000 และในปี 2004 เขาได้รับเลือกตั้งกลับมาเป็นสมัยที่สอง ซึ่งเขาดำรงตำแหน่งถึงวันที่ 7 พฤษภาคม 2008

ด้วยข้อกฏหมายตามรัฐธรรมนูญ ที่ไม่ให้ดำรงตำแหน่งสามวาระติดต่อกัน  ปูตินจึงไม่มีสิทธิลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีสมัยที่สาม ทำให้ค้องส่ง ดมีตรี เมดเวทำการเลือกตั้งแทนในปี ค.ศ. 2008  และเมดเวเดฟได้เสนอชื่อปูตินเป็นนายกรัฐมนตรีของรัสเซีย ปูตินดำรงตำแหน่งเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2008 ในเดือนกันยายน 2011 ปูตินและเมดเวเดฟตกลงกันว่าปูตินจะลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีสมัยที่สามไม่ติดต่อกันในการเลือกตั้งปี 2012 ซึ่งเขาชนะรอบแรกเมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2012  ปูตินได้รับชื่อเสียงว่านำพาเสถียรภาพทางการเมือง ระหว่างการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีของเขา เศรษฐกิจรัสเซียเติบโตขึ้นเก้าปีต่อเนื่อง โดยเห็นจีดีพีเพิ่มขึ้น 72% โดยความเท่าเทียมกันของอำนาจซื้อ หกเท่าในราคาตลาด ความยากจนลดลงมากกว่า 50% และค่าจ้างรายเดือนเฉลี่ยเพิ่มขึ้นจาก 80 เป็น 640 ดอลลาร์สหรัฐ ความสำเร็จนี้คาดว่ามาจากการจัดการเศรษฐกิจมหภาค การปฏิรูปนโยบายการคลังอย่างสำคัญและประจวบกับราคาน้ำมันที่สูง การไหลบ่าเข้ามาของทุนและการเข้าถึงเงินทุนภายนอกราคาถูกเพิ่มขึ้นอย่างเฉียบพลัน ซึ่งนักวิเคราะห์อธิบายว่า น่าประทับใจ ปัจจุบัน เขาถือว่าเป็นบุคคลสำคัญของโลก เพราะมีบทบาทในเวทีโลกมากมายไม่ว่าจะเป็น สงรามในซีเรีย การปราบปรามกลุ่มไอเอส และ การเป็นผู้ส่งออกน้ำมัน และ ก๊าซธรรมชาติ รายใหญ่ของโลก